ฟังวิทยุ
ค้นหา:   


krit
ากประชากร ค่าเฉลี่ย จากชายและหญิง คิดเป็น%

แล้วจัดอันดับดังนี้
อันดับ 1 อังกฤษ
อันดับ 2 อเมริกัน
อันดับ 3 เยอรมัน
อันดับ 4 สวีเดน
อันดับ 5 กรีซ
อันดับ 6 สวีสเซอร์แลนด์
อันดับ 7 ตุรกี
อันดับ 8 อิตาลี
อันดับ 9 ไต้หวัน
อันดับ 10 บราซิล
อันดับ 11 ญี่ปุ่น
อันดับ 12 ไทย
อันดับ 13 เวเนซูเอล่า
อันดับ 14 ฮ่องกง
อันดับ 15 จีน

เกณฑ์การวัดความหน้าตาดีคือ

1.ใบหน้า โครงหน้า ได้รูป สวย สมบูรณ์
2. ดวงตาเปรียบดังอัลมอนด์
3. ผิวพรรณสวยงาม
4. จมูกโด่งเป็นแท่งสันยาวสวยงดงาม
5. รูปร่างดีสมบูรณแบบ
6. ความมีเสนห์ ดึงดูด และ รังสีออร่า ที่แปล่งประกายออกมา
7.ไม่เคยผ่านการศัลยกรรม หน้าตาดีโดยธรรมชาติ แต่กำเนิด

ประชากรในภูมิภาคเอเชีย
จัดอันดับประเทศที่มีประชากรที่หน้าตาดี ในภูมิภาคเอเชีย

อันดับ 1 ไต้หวัน
อันดับ 2 ญี่ปุ่น
อันดับ 3 ไทย
อันดับ 4 ฮ่องกง
อันดับ 5 จีน
อันดับ 6 เกาหลี
อันดับ 7 เวียดนาม
อันดับ 8 ฟิลิปปินส์
อันดับ 9 สิงค์โปร์
อันดับ 10 มาเลเซีย


forbs.com

TOTO

มาดูเทพอียิปต์องค์ไหนคุ้มครองเพื่อนๆอยู่

 

The Nile
วันที่ 1 – 7 มกราคม, 19 – 28 มิถุนายน, 1 – 7 กันยายน และ 18 – 26 พฤศจิกายน

ลักษณะของชาวไนล์คือ มีความยืดหยุ่นมากเป็นพิเศษ เป็นคนใจดี มีน้ำใจ และเป็นผู้ฟังที่ดี รวมถึงเป็นคนยุติธรรม น่าเชื่อถือ คุณมักจะเป็นที่พึ่งพาของเพื่อนๆ เสมอ เป็นผู้ให้คำแนะนำ อดทน และคิดถึงคนอื่นเสมอ คุณชอบช่วยเหลือคนอื่นโดยไม่หวังซึ่งผลตอบแทน อย่างไรก็ตาม เมื่อถูกเอาเปรียบ คุณก็พร้อมจะลุกขึ้นมาสู้ได้เหมือนกัน คล้ายแม่น้ำไนล์ยามไหลเชี่ยวเกรี้ยวกราด เมื่อถึงเวลาอารมณ์เสีย คุณก็หงุดหงิดได้เต็มที่ ในเวลาที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ อารมณ์ของคุณจะขึ้นๆ ลงๆ ได้ง่ายมาก และมักนำไปสู่การตัดสินใจที่เลวร้าย คุณเป็นคนที่เมื่อทุ่มเทอะไรแล้ว ก็จะทุ่มเต็มร้อย และพร้อมจะเสียสละทุกสิ่งทุกอย่าง นอกจากนี้ คุณจัดการงานต่างๆ ได้ดี และเต็มไปด้วยศักดิ์ศรี ทิฐิมานะ


Amon-Ra
วันที่ 8 – 21 มกราคม และ 1 – 11 กุมภาพันธ์

คนที่อยู่ภายใต้การควบคุมของเทพเอมุน รา... เรียกได้ว่าเป็นคนท้าทายอย่างมาก เสน่ห์ของพวกเขาเด่นชัด เป็นพวกดึงดูดคน และไม่ชอบอยู่คนเดียว เป็นคนชอบเข้าสังคมสม่ำเสมอ ชอบสังสรรค์ อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลาหนึ่ง ก็ชอบที่จะหลบมุมไปคิดอะไรบางอย่างที่ลึกซึ้ง ผู้คนชื่นชอบในความกล้าหาญของคุณ รวมถึงสมองที่ปราดเปรื่อง และความฉับไวในการตัดสินใจ คุณเป็นคนมีลักษณะของความเป็นผู้นำในตัวเอง และลักษณะนี้จะส่งผลให้คนรอบตัวทำทุกอย่างอย่างมั่นใจ แต่คุณเป็นคนฟิวส์ขาดได้ง่าย และอาจผิดพลาดได้โดยไม่ได้ตั้งใจ หากสิ่งที่หนึ่งที่ไม่ต้องกังวลก็คือ ชีวิตของผู้อยู่ภายใต้การดูแลของเทพเอมุน รา ไม่มีทางตกต่ำอย่างแน่นอน


Mut
วันที่ 22 – 31 มกราคม และ 8 – 22 กันยายน

คนกลุ่มนี้อ่อนไหวง่ายมาก และมักขาดศรัทธาในตัวเอง คุณเป็นคนสุดโต่งสุดๆ วินาทีหนึ่ง เราอาจเห็นคุณร่าเริงสดใส แต่อีกวินาทีต่อมา คุณกลับเศร้าซึม ปวดร้าวซมซาน อย่างไรก็ตาม ความอ่อนไหวนี้เป็นที่มาของจินตนาการที่เจิดจ้า ผู้คนจึงมักตกอยู่ในบ่วงเสน่ห์ของคุณ คุณเป็นคนลึกลับ มีอะไรให้น่าค้นหามากมาย และเป็นคนเข้าถึงยาก กว่าจะไว้ใจใคร ก็ใช้เวลานาน แต่เมื่อไว้ใจใครแล้ว ก็จะทุ่มเททุกความรู้สึกให้ สำหรับใครที่คุณรัก คุณจะทุ่มเททุกอย่างให้พวกเขามีความสุข และทั้งๆ เป็นคนลึกลับแบบนี้ แต่คุณเป็นคนชอบอยู่ในกลุ่มคนหมู่มาก ชอบได้รับความชื่นชม เรียกได้ว่าเป็นนักสังคมตัวยงคนหนึ่งทีเดียว


Geb
วันที่ 12 – 29 กุมภาพันธ์ และ 20 – 31 สิงหาคม

พวกคนขี้อาย อ่อนไหว และจู้จี้จุกจิกไม่เบา คุณเป็นคนระมัดระวังในทุกย่างก้าวของตัวเอง แต่ก็เป็นคนฉลาด และรักษาความลับได้ดี เชื่อใจ ไว้ใจได้ คุณมีมุมมองที่ดีต่อทุกคน ทำให้เป็นเสน่ห์น่าประทับใจ ดึงดูดให้คนรัก และรู้สึกดีด้วย แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ คุณมักถูกเอาเปรียบได้ง่าย และถูกครอบงำในเรื่องต่างๆ แม้ว่าคุณจะพยายามฝืน แต่ด้วยบุคลิกที่เป็นคนโอนอ่อน ทำให้คนมักชอบถืออำนาจเหนือคุณ ทางแก้คือ คุณควรจะพยายามเลือกคบคน และใช้สิ่งที่คุณมีให้กับคนที่มีค่าพอ แทนที่จะใช้มันกับคนที่คิดแต่จะเอาเปรียบคุณในทุกๆ ทาง


Osiris
วันที่ 1 – 10 มีนาคม และ 27 พฤศจิกายน – 18 ธันวาคม

กลุ่มคนที่กระตือรือร้นอยู่เสมอ ไม่เคยมีชีวิตที่ธรรมดาเลย... พวกเขาเป็นคนมั่นใจในตัวเอง และมองโลกในแง่ดีเสมอ ใช้ชีวิตแต่ละวันด้วยความเต็มที่ ไม่เคยกลัวอะไร คุณเป็นคนกล้าหาญ และเต็มเปี่ยมไปด้วยความศรัทธาในสิ่งที่ลงมือทำ คุณคิดเสมอว่าทุกอย่างคือโอกาสทอง และคุณควรก้าวออกไปคว้ามัน อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวแล้ว คุณเป็นคนซับซ้อนพอสมควร และออกจะมีความคิดลึก ทำให้คุณเป็นคนสองบุคลิก บางทีก็ดูอ่อนไหว ขึ้นๆ ลงๆ เจ้าอารมณ์ ซึ่งเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเป็นเช่นนี้ คุณมักตัดสินใจพลาดได้ง่ายๆ และเพราะความมองโลกในแง่ดีมากเกินไป ทำให้คุณมักผิดพลาดจากการไม่ระมัดระวัง แต่ก็นั่นแหละ ความน่ารัก และเสน่ห์ของคุณ ทำให้คุณมักได้มิตรภาพที่ดีจากคนรอบตัว และนั่นคือสิ่งที่ทำให้คุณมีความสุขที่สุด


Isis
วันที่ 11 – 31 มีนาคม, 18 – 29 ตุลาคม และ 19 – 31 ธันวาคม

กลุ่มคนที่ฉลาด เต็มไปด้วยมุมมองที่น่าสนใจ และหัวใจที่เปิดกว้าง นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยพลัง และความมั่นใจ คุณใช้ชีวิตอย่างกระตือรือร้นเสมอ เพราะคุณเป็นคนประเภทเชื่อในสัญชาตญาณของตัวเอง เมื่อมาถึงจุดเปลี่ยนคุณก็สงบเงียบ และพร้อมยอมรับได้โดยไม่โวยวายใดๆ ความมีน้ำใจ และเป็นคนน่ารัก ทำให้คุณเป็นที่รักของทุกๆ คน คุณยังเป็นคนโรแมนติกมากๆ ความรักเป็นเรื่องสำคัญสำหรับชีวิตคุณ แต่แน่นอนว่ามิตรภาพก็สำคัญมากเช่นกัน คุณเป็นคนรักเพื่อนมาก คุณมักยอมตาม และใจอ่อนกับเพื่อนๆ เสมอ แต่ไม่เคยยอมปล่อยให้ใครเอาเปรียบแน่ๆ เสน่ห์ และความดึงดูดของคุณเป็นที่สัมผัสได้
อาจจะเรียกได้ว่าตั้งแต่แรกพบเลยทีเดียว


Thoth
วันที่ 1 – 19 เมษายน และ 8 – 17 พฤศจิกายน

เต็มไปด้วยความรู้ และปัญญาที่มากล้น มีลักษณะของความเป็นผู้นำ และมีพรสวรรค์อย่างสูง คุณสามารถเข้าถึงทุกคนได้ง่ายมาก และพร้อมทำให้ทุกคนรู้สึกถึงอำนาจได้โดยไม่ต้องบังคับ หรือบงการใดๆ คุณพร้อมจะเป็นผู้บริหาร และรู้ในศักยภาพของตัวเองเสมอ คุณยังรู้จังหวะเวลาที่ควรจะก้าวออกไปหาโอกาสใหม่ๆ เพื่อพัฒนาตัวเอง คุณไม่ใช่คนประเภทคิดเรื่องผลประโยชน์ จึงมักใช้สิ่งที่เรียกว่าความรู้สึกในการดึงดูดผู้คน คุณชอบทดสอบความสามารถของตัวเองเสมอๆ แต่คุณไม่เคยสูญเสียเป้าหมายเดิม สิ่งสำคัญในชีวิตของคุณไม่ใช่สิ่งของราคาแพง แต่เป็นความสุขต่างหากที่คุณต้องการ


Horus
วันที่ 20 เมษายน – 7 พฤษภาคม และ 12 – 19 สิงหาคม

คนร่าเริงใจดี และติดดินมากๆ คุณเป็นเพื่อนกับทุกคนได้ง่ายๆ เข้ากับคนได้ดี และพร้อมจะเสียสละตัวเองเพื่อกลุ่มเสมอ แต่บางทีคุณก็พูดไม่รู้เรื่อง และไม่อดทนเท่าไหร่เลย แต่คุณสมบัติที่ดีมักทำให้คุณได้รับการให้อภัยในทุกๆ ครั้ง บางทีคุณก็เครียดจนขาดเกินไป คุณมักวางเป้าหมายไว้สูงส่ง และมีภาพใหญ่ๆ ในใจชัดเจน และเพราะเหตุผลนี้เอง คุณจึงมักต้องใช้ชีวิตอยู่กับความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ คุณเป็นคนอดทน และมั่นใจในตัวเองอย่างมาก พยายามสร้างทุกสิ่งอย่างด้วยมือของตัวเอง แม้ว่าเป้าหมายจะเสี่ยง หรือยากเย็นแค่ไหน คุณก็จะก้าวไปจนกว่าจะถึงมัน


Anubis
วันที่ 8 – 27 พฤษภาคม และ 29 มิถุนายน – 13 กรกฎาคม

กลุ่มคนที่ซับซ้อนเสมอ และลึกลับ มีบางอย่างซ่อนอยู่ลึกๆ ไม่ให้ใครได้เห็น คุณเป็นคนน่ามหัศจรรย์มาก และยากที่จะอ่าน สิ่งนี้ทำให้ทุกคนสนใจใครรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับคุณ แต่ตรงกันข้าม คุณกลับเป็นคนชอบหลีกหนีสังคมปลีกตัวออกห่างจากคนอื่น แต่ส่วนตัวแล้ว คุณเข้าใจคนอื่นได้ลึกซึ้ง รู้จักคนอื่นดีกว่าที่คนอื่นรู้จักคุณเสมอ คุณยังเป็นคนอ่อนไหว และซื่อสัตย์มากๆ และสิ่งสำคัญของคุณก็คือ มันนั่นเอง ถ้าหากใครให้ความซื่อสัตย์ต่อคุณ คุณจะภูมิใจ และรู้สึกดีต่อคนคนนั้นมากเป็นพิเศษ คุณเป็นพวกมีอุดมคติ คิดอะไรด้วยใจ ไม่ใช่พวกวัตถุนิยม ทำให้คุณมักผิดหวังได้ง่าย และเจ็บปวด แต่ก็นั่นแหละ คุณทำใจได้เร็ว และพร้อมจะก้าวต่อไปได้เสมอ


Seth
วันที่ 28 พฤษภาคม – 18 มิถุนายน และ 28 กันยายน – 2 ตุลาคม

คนที่เต็มไปด้วยอารมณ์ ความทะเยอทะยาน และอยากจะก้าวขึ้นไปสู่ความยิ่งใหญ่ และความสำเร็จ คุณไม่เชื่อในเรื่องการปล่อยไปตามดวงชะตา แต่พร้อมจะต่อสู้ด้วยตัวเอง และพร้อมจะใช้ทุกสิ่งที่มีต่อสู้มาเพื่อสิ่งที่ต้องการ เมื่อพบอุปสรรค แทนที่จะกลัว มันกลับเป็นความท้าทายให้คุณก้าวต่อไป การเอาชนะอุปสรรค ทำให้คุณภูมิใจ และรู้ถึงความสำคัญของตัวเอง คุณมักมองไปข้างหน้าเสมอ อดีตที่อาจเลวร้ายจะเป็นประสบการณ์ที่ดีของคุณ ทำให้คุณก้าวต่อไปอย่างมั


TOTO

ทำไมวง bodyslam ต้องใส่ชุดดำเพราะว่า "นาฬิกาตาย "

ทำไมนาฬิกาตายเพราะกิน " ยาพิษ "

ทำไมต้องกินยาพิษเพราะ " อกหัก "

ทำไมถึงอกหักเพราะว่า " งมงาย "

ทำไมถึงงมงายเพราะ " ชีวิตเป็นของเรา "

ทำไมชีวิตต้องเป็นของเราเพราะเรามี " ความเชื่อ "

เราเชื่อใน " ปลายทาง "

ที่ปลายทางมี " ขอบฟ้า "

ที่ขอบฟ้ามี " อากาศ "

อากาศเกิดขึ้นเมื่อ " หลังฝน "

หลังฝนมี " จันทร์ยังเต็มดวง "

หลังจากจันทร์ยังเต็มดวงมี " แสงแรก "

แสงเดินทางภายใน " เสี้ยววินาที "

เราทำอะไรได้ภายในเสี้ยววินาที " แค่หลับตา "

เราหลับตาเพราะ " คนมีตังค์ "

คนมีตังค์เกี่ยวอะไรกับแค่หลับตาวะ ไม่รู้โว้ยย " ยิ่งรู้ยิ่งไม่เข้าใจ "

ทำยังไงถึงจะเข้าใจ " ย้ำ "

ย้ำว่าเราควร " ห้ามใจ "

ทำไมต้องห้ามใจเพราะเรา " เจ็บจนวันนี้ "

ไม่มีคนให้คุยด้วยเราเลยทำได้แค่ " พูดในใจ "

ก่อนที่เราพูดในใจเราต้อง " ขอบคุณน้ำตา "

น้ำตาทำให้เรามี " ท่านผู้ชม "

เหมือนในละคร ในละครเรามีอาการ " หวั่นไหว "

และในละครเรามีลักษณะนิสัยคือ " ความซื่อสัตย์ "

ความซื่อสัตย์ทำให้ " เรา "

กลายเป็น " คนที่ถูกรัก "

เราเป็นคนรักไม่ดีแต่ " สักวันฉันจะดีพอ "

แล้วเมื่อไหร่ฉันถึงจะดี " ไม่รู้เมื่อไหร่ "

ทำไมถึงไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ เพราะตอนนี้เป็น " นาทีสุดท้าย "

นาทีสุดท้ายนี้เป็นแค่ " ภาพลวงตา "

ภาพลวงตาทำให้เราไม่เห็นแต่เราได้ยิน " พลังดนตรี "

พลังดนตรีทำ " ให้รักนั้นพาสองเราไปด้วยกัน "

แต่สุดท้ายก็จบลงที่ " ทางของฉันฝันของเธอ "

ทำไมต้องทางของฉันฝันของเธอ เพราะฟัง " Bodyslam "


TOTO

นักเรียนคือ..
ผุ้มีอาชีพรับจ้างเรียนหนังสือจากผุ้ปกครอง

นักเรียนคือ..
บุคคลที่มีประสาทหูไวต่อเสียงออดหมดชั้น

นักเรียนคือ..
นักร้องวงคอรัสเพลงชาติไทย เปิดคอนเสิร์ตทุก8โมงเช้า

นักเรียนคือ..
นักบริโภคมืออาชีพ ถนัดในการบริโภคขนมใต้โต๊ะเรียน

นักเรียนคือ..
นักเศรษฐศาสตร์
ผุ้มองการณ์ไกล
คำนวณขอค่าอุปกรณ์การเรียนเกินไว้ก่อน

นักเรียนคือ..
นักทอล์คโชว์ฝีปากเด่น
ทอล์คได้แม้ขณะอาจารย์สอนอยุหน้าห้อง

นักเรียนคือ..
นักโบราณคดี
สำรวจลายมือเพื่อนตอนลอกการบ้าน

นักเรียนคือ..
ดีไซน์เนอร์ไอเดียเลิศ
มีความสามารถในการดัดแปลงชุดนักเรียนสไตล์ใหม่

นักเรียนคือ..
ผุ้ที่ถูกบังคับให้ต้องทำเวรทุกสัปดาห์และเรียกมันว่า "มีเวร มีกรรม"

นักเรียนคือ..
ผุ้แบกภาระหนักอึ้ง
แต่ในกระเป๋านักเรียนกว่าครึ่งเปนหนังสืออ่านเล่น

นักเรียนคือ..
ผุ้มีสายตาประดุจเหยี่ยว
มองเหนฝ่ายปกครองในระยะ100เมตร

เรียนสนุก ลุกนั่ง สบาย ลูกโง่เป็นควาย พ่อแม่วายวอด


GirlsClub7

alt วิธีทำใจหลังอกหัก alt

1. เมื่อความรักมาถึงจุดหักไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นเพราะใครก็ตามมันไม่ได้เป็นความผิดของใครอย่าโทษตัวเองว่าเป็นเพราะ เราไม่ดี

2. เมื่อเราต้องการทำใจให้นำรูปแหล่งความหลังของทั้งสองไปทิ้ง
มันอาจเป็นเรื่องยากที่จะโยนความหลัง สิ่งที่คุณรัก (ผมเองก็ร้องไห้เหมือนกัน)
แต่มันคงจะดีกว่าที่คุณให้ภาพมาคอยหลอกหลอนคุณว่าไหม

3. เมื่ออดีตที่รักกันคุณมักมีเวลาอยู่ด้วยกันแต่เมื่อเลิกกันมันจะมีเวลาว่างมาก
คุณควรหาอะไรทำ การทำอะไรก็ตามตลอดไม่ปล่อยให้ตัวเองว่างจะทำให้คุณไม่คิดมาก

4. อย่าให้ตัวเองอยู่คนเดียวในสังคม คุณควรหาเพื่อนคุยดีกว่าคุณจะมานั่งคิดอะไรคนเดียว

5. อย่าฟังเพลงเกี่ยวกับความรัก ผู้เขียนคิดว่ามันก็ยากเหมือนกันแต่เมื่อคุณฟังแล้วคุณก็เจ็บคุณจะทำให้มันเจ็บทำไหม

6. ผู้หญิง/ผู้ชายมีมากมาย ไม่ได้มีเพียงแต่เธอหรือเขาที่ดี คุณยังต้องเจออะไรใหม่ ๆ ในชีวิต
คุณอาจจะพบกับใครที่ดีกว่าคนคนนี้อีก คิดว่า คงมีซักวันที่เราจะได้พบ

7. วันที่เลิกกันอาจไม่ใช่วันที่เลวร้ายที่สุดเพียงแต่คุณก้าวผ่านมันให้ได้ก็เท่านั้นเอง

8. ถ้าคุณจะกลับไปคบกันใหม่ คุณควรจะคุยกันซะก่อนว่าวันนั้นมันเกิดอะไรขึ้น เพื่อความสบายใจทั้งสองฝ่ายว่าไหม

9. ถ้าเขากลับาในฐานะเพื่อนคุณควรให้โอกาสเขา คุณก็ลองคิดว่ามีเพื่อนดีกว่ามีศัตรูหรือคุณอยากมีศัตรูล่ะ T_T

10. การลืมน่ะมันเป็นเรื่องยากแต่การยอมรับความจริงน่ะเป็นสิ่งที่ดีกว่าว่าไหมครับ

11. คนเรามีสิทธิ์จะเสียใจแต่ไม่ควรจมอยู่กับมันนาน มันไม่ได้ช่วยให้คุณรู้สึกดีหรือถูกเลย
มีแต่จะสร้างความเจ็บปวดมากขึ้นไปเท่านั้น เรายงมีชีวิตอยู่และต้องก้าวเดินไปข้างหน้าอีก

12. การฆ่าตัวตายไม่ใช่สิ่งที่เราควรทำ ลองคิดดูสิ่งทำไมเราต้องตายให้กับคนที่เขาไม่เห็นคุณค่าเราด้ย
เราควรอยู่ให้กับตัวเรา แม่ พ่อ พี่น้อง คนที่ยังอยู่ข้าง ๆ คุณ อีกมากมายที่เขาพร้อจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นว่าไหม

การที่คุณจะลืมใครซักคนไม่ใช่เรื่องง่าย มันต้องใช้เวลาและกำลัง
บางครั้งหากเรานั่งอยู่คนเดียว เราก็มักจะคิดถึงเรื่องในอดีต

วิธีที่แนะนำคิดว่ามันคงจะช่วยได้ไม่มากก็น้อย เราไม่จำเป็นต้องเสียใจ
เพราะเราเองที่เลือกจะรักเขาและดูแลเขา นั้นก็เป็นความสุขมากพอแล้วไม่ใช่รึ
เพราะแค่เราดูแลคนที่เรารักแค่นี้ก็คงพอ อนาคตยังมีนะเรายังต้องพบคนมากมาย
เราอาจเลือกที่จะจำในสิ่งที่ดีระหว่างกันดีกว่าจำว่าเขาจากเราไปอย่างไร....

 


GirlsClub7

วิธีจีบหญิงไม่ให้ติด??? altalt

การจีบหญิง เป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของชายไทยนิสัยดีอย่างเรา..

ที่มักก่อปัญหาตามมาวุ่นวาย เช่น โดนหญิงงอน ลืมโทรหา รถไฟชนกัน
หรือปัญหาด้านสุขภาพ (เช่นเจอดักตี หรือด้วนกระทันหัน )
วิธีที่ดีที่สุดก็คือ ไม่ต้องจีบ แต่ถ้าอดไม่ได้จริงๆ ไม่ได้จีบแล้วลงแดงตายแน่
วันนี้เราจะมาเสนอวิธีการจีบหญิงไม่ให้ติด สำหรับคนไม่อยากมีแฟน
แต่อยากจีบหญิงโดยเฉพาะ แนะนำโดยผู้มีความรู้ความชำนาญ
ผู้มีประสพการณ์จีบหญิงมานานกว่า 10 ปี แต่ไม่เคยจีบหญิงติดแม้แต่คนเดียว
ฝีมือขนาดไหนไม่อยากจะคุย..เด่อ

1.สร้างความประทับใจ
เทคนิกการสร้างความประทับใจเมื่อแรกพบ ไม่ใช่เรื่องยาก ก่อนอื่น
เราต้องเป็นตัวของตัวเองก่อน พูดง่ายแต่ทำยาก ลองสื่อออกมาให้เห็น
ด้วยการใส่รองเท้าคนละสี นุ่งกระโปรงลายสก็อต ตด-เรอเพ่นพ่าน
หรือแคะขี้มูกออกมากิน เป็นต้น
ทำให้เธอรู้ว่า คนอย่างเราเซ้วสูง เป็นตัวของตัวเอง เท่อย่าบอกใคร

อารมณ์ขันก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยสร้างความประทับใจ
ผู้หญิงส่วนใหญ่ชอบผู้ชายที่หัวเราะง่าย ดูสนุกสนาน
หัดหัวเราะโดยไม่มีเหตุผลบ่อยๆเข้าไว้ หมดมุขจริงๆ ลองชี้พระอาทิตย์
ชี้จิ้งจกบนกำแพงแล้วหัวเราะไม่หยุด เธอจะประทับใจว่า คุณช่างน่ารัก
มีอารมณ์ขันเหลือเฟือ

คำเตือน : การหัวเราะติดต่อกัน อาจทำให้เส้นประสาทเกิดความเครียด
จนเส้นกระตุกได้ง่าย ควรป้องกันด้วยการหัวเราะสลับกับเงียบเป็นพักๆ
จะช่วยได้มาก ระหว่างเงียบจะคำรามในคอไปด้วยก็ไม่เลว
เป็นการวอร์มหลอดลมไปในตัว

2.แสดงความเป็นผู้นำ
ในการเลือกคู่ครอง ผู้หญิงร้อยทั้งร้อย ต้องเลือกผู้ชายที่มีความเป็นผู้นำสูง
เป็นเสาหลักของครอบครัว เราต้องโชว์จุดนี้ให้ผู้หญิงเห็น โดยการทำตัว
เป็นผู้นำทุกครั้งที่อยู่กับเธอ ผู้หญิงคงไม่ชอบให้เราเป็นผู้ชายที่คอยแต่เดิน
ตามเธอต้อยๆ เวลาเดินด้วยกันเราจึงควรเดินนำหน้าเธออย่างน้อย 20 เมตร
ให้เธอเห็นว่าเรามีความเป็นผู้นำสูงจริงๆ
(ควรนัดกันไว้ก่อนว่าจะไปที่ไหน ไม่งั้นอาจหลงกันได้)
เวลาเปิดประตู ก็เปิดแล้วเดินนำเข้าไปก่อน หรือปิดประตูใส่หน้าเธอเลยก็ได้
คนเป็นผู้นำต้องมองไปข้างหน้าอย่างเดียว อย่ามัวห่วงหน้าพะวงหลัง

ถ้ารอรถเมลล์ ก็กระโดดขึ้นไปก่อน ไม่ต้องไปสนใจว่าเธอจะไปห้อยต่องแต่ง
อยู่ที่ไหน เดี๋ยวเราไม่ได้ที่นั่งขึ้นมาล่ะก็ ยืนกันเมื่อยเชียวนะ

3.หญิงชายเท่าเทียมกัน
หมดสมัยแล้วกับสังคมที่ผู้ชายเป็นใหญ่ ผู้หญิงโดยมาก จะปลื้มกับผู้ชายที่ให้เกียรติเธอ
เราจึงควรแสดงจุดนี้ให้เธอเห็น เพื่อเธอจะได้ชื่นชมในตัวเรา
เช่น เวลาไปทานข้าวด้วยกัน เราต้องให้เกียรติเธอด้วยการให้เธอเป็นคนจ่าย
ค่าอาหารทุกครั้ง เราอย่าได้เสนอหน้าออกเงินเป็นอันขาด เพราะเธออาจคิดว่า
เราดูถูกเธอได้ แม้แต่จะสลับกันจ่าย เธอจ่ายบ้าง ฉันจ่ายบ้าง อย่างนี้ก็ดูไม่จริงใจ
เราต้องเป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย เคยไม่จ่ายอย่างไร ก็ไม่จ่ายอย่างนั้น

หรือเวลาขึ้นรถเมลล์ เธอต้องมีสิทธิ์โหนรถเมลล์เท่าเทียมกับผู้ชายทุกคน
ส่วนเรานั่งไม่รู้ไม่ชี้ อย่าได้ลุกให้เด็ก สตรี คนชรา นั่งต่อหน้าเธอเป็นอันขาด
มิฉะนั้นเธออาจมองว่าเราเสแสร้ง เราควรให้ความเท่าเทียมกับทั้งเด็ก สตรี
คนชรา และภิกษุสามเณร อย่างเท่าเทียมกันด้วย

4.แสดงความรักบ่อยๆ
การวางตัวเฉยแบบคุณชายในหนัง อาจทำให้เธอเกิดปมด้อย คิดว่าตัวเองไม่มีเสน่ห์
เราจึงควรแสดงออกด้วยการถูกเนื้อต้องตัวเธอทุกครั้งที่มีโอกาส ตรงไหนจับได้
ก็จับเข้าไปเถอะ มันอบอุ่นดี อย่าไปคิดว่าแต๊ะอั๋ง เราทำเพื่อแสดงความรัก
ไม่ได้คิดอย่างอื่น (หรือคิดก็อย่าพูดไป) พร้อมกับการสื่อด้วยสายตาให้เธอเห็น
พยามยามแสดงความลามกออกมาทาง สายตาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
เพื่อเป็นการเพิ่มความมั่นใจให้กับเธอมากขึ้น

หรือจะรวบมากอดจูบในที่สาธารณะแบบในหนังฝรั่งก็ไม่เลว แสดงว่ารักมาก
(เหมือนในหนัง) ไม่ต้องไปแคร์สายตาชาวบ้าน อาจมีคนรู้จักพ่อเธอมาเห็นเข้า
แล้วเอาไปฟ้องที่บ้านเธอ ก็ไม่ต้องสนใจ เราลูกผู้ชายทำอะไรเปิดเผย จริงใจ
ถึงเธอจะโดนที่บ้านด่าเอา เราก็ไม่ได้ยินด้วยซักกะหน่อย


5. บริหารเสน่ห์ของตัวเอง
เสน่ห์เป็นความสามารถพิเศษอย่างนึง มีมากน้อยไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับผู้ชายแต่ละคน
คนที่มีอยู่แล้ว หากไม่หมั่นฝึกฝนบ่อยๆ เสน่ห์ก็อาจจะลดน้อยลงอีกก็เป็นได้
เราจึงควรมีการบริหารเสน่ห์ตัวเองบ่อยๆ
วันนี้ผมมีวิธีการบริหารเสน่ห์ด้วยตัวเองก็ได้ง่ายจัง มาเสนอให้ลองใช้ 3 วิธี

- เหล่ เป็นการฝึกประสาทตาให้ฉับไว
พยายามฝึกฝนดวงตาให้สามารถมองเห็นได้ทั้ง360 องศา
พยายามอย่าให้สาวสวยคนไหนในโลกหลุดรอดสายตาคุณไปได้
(ควรไปฝากตัวเป็นลูกศิษย์กับกิ้งก่าแอฟริกา จะทำให้องศาการมองเพิ่มมากขึ้น)

*หากต้องใช้อุปกรณ์ช่วยขอแนะนำ กล้องส่องทางไกล
หรือกล้องวีดีโอทะลุเสื้อผ้า จะได้ผลมากขึ้น

- ยิ้ม เป็นการฝึกความมีมนุษย์สัมพันธ์แบบง่ายๆ พยายามยิ้ม ให้กับสาวสวยทุกคน
ที่คุณมองเห็น (อ่าน : เหล่ ) เราเกิดเป็นคนไทย สยามเมืองยิ้มเราถนัดอยู่แล้ว
ข้อควรระวัง :อย่าเผลอยิ้มให้ผู้ชายเด็ดขาด ถ้าไม่อยากเปลี่ยนบรรยากาศ

- ขอเบอร์ อันนี้เป็นความสามารถพิเศษเฉพาะตัว เป็นการหาเพื่อนใหม่ที่เป็นสาวสวย
ตามคติคนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย โทรคุยกันสนุกดี พยายามเช็คเบอร์ให้มั่นใจว่า
เบอร์ที่คุณขอมานั้นเป็นเบอร์บ้านเธอจริง ไม่ได้โทรไปติดที่โรงฆ่าสัตว์หรือกองปราบปราม

*สามข้อข้างบน ควรทำทุกครั้งเมื่ออยู่ต่อหน้าเธอ(และลับหลัง) เพื่อให้เธอเห็น
ความพยายามของเราที่จะบริหารเสน่ห์เพื่อเธอคนเดียวนะเนี่ย

6.เป็นมิตรกับเพื่อนของเธอ
หากคุณและเพื่อนเธอเข้ากันไม่ได้ อาจทำให้เธอลำบากใจ คุณควรพยายาม
ทำความคุ้นเคยกับเพื่อนสวยๆของเธอ ด้วยการพาเพื่อนเธอไปกินข้าว ดูหนัง
หรือไปเที่ยวเสม็ด 3 วัน 2 คืน
พยายามอย่าบอกเธอ ปล่อยให้เธอรู้เองทีหลัง เซอร์ไพรส์ดี
( กลับไปดู : ด้วนกระทันหัน )

***พิเศษวันนี้***
วิธีการครองรักกันให้ยืนยาวววววว.....

อยู่ด้วยกันนานๆที่หวานชื่นก็อาจกลายเป็นขื่นคอไปได้
แนะนำให้ออกไปทานข้าวนอกบ้านกับหวานใจอาทิตย์ละครั้ง
เพียงแต่ ........
เธอไปวันอังคาร เราไปวันศุกร์....


OpleZaa

ยาสามัญประจำใจ

คิม ฟุค


พระไพศาล วิสาโล

          ในบรรดาผู้เคราะห์ร้ายจากสงครามเวียดนาม คงไม่มีใครที่ทั่วโลกรู้จักมากเท่ากับ คิม ฟุค ภาพเด็กหญิงวัย 9 ขวบร่างกายบอบบางและเปลือยเปล่า วิ่งร่ำไห้อยู่กลางถนนพร้อมกับเด็กอีก 2-3 คน โดยมีฉากหลังเป็นม่านควันดำทมึนและเปลวไฟลุกโพลง ได้ประทับแน่นอยู่ในใจของผู้คนทั่วโลก ภาพนี้ภาพเดียวก็เพียงพอแล้วที่จะบอกเราว่าสงครามนั้นสร้างความทุกข์ทรมานแก่ลูกเล็กเด็กแดงและประชาชนผู้บริสุทธิ์อย่างไรบ้าง 

          คิม ฟุค คือเด็กหญิงชาวเวียดนามใต้คนนั้น ซึ่งช่างภาพอเมริกันได้ถ่ายไว้ขณะที่เธอและเพื่อนบ้านกำลังแตกตื่นหนีภัย แม้เธอจะรอดตายจากระเบิดนาปาล์มที่ทิ้งลงหมู่บ้านของเธอ แต่ไฟก็ได้เผาลวกผิวหนังของเธอถึง 65 เปอร์เซ็นต์ เธอต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลถึง 14 เดือน และผ่านการผ่าตัดถึง 17 ครั้งกว่าจะหายเป็นปกติ เธอยังโชคดีเมื่อเทียบกับลูกพี่ลูกน้องอีก 2 คนซึ่งตายเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว 

          นั่นคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี 2515 เมื่อเวียดนามกลายเป็นคอมมิวนิสต์ 3 ปีต่อมา ก็ไม่มีข่าวคราวของเธอปรากฏสู่โลกภายนอกอีกเลย แต่แล้ววันหนึ่งในปี 2539 คิม ฟุค ก็ได้มาปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าชาวอเมริกันซึ่งเคยผ่านสมรภูมิเวียดนาม เธอได้รับเชิญให้มาพูดเนื่องในโอกาสวันทหารผ่านศึก ณ กรุงวอชิงตันดีซี 

          การได้มาเผชิญหน้ากับกลุ่มคนซึ่งครั้งหนึ่งเคยมาทำลายบ้านเกิดเมืองนอนของเธอ ทำให้ญาติพี่น้องของเธอต้องตาย และเกือบฆ่าเธอให้ตายไปด้วยนั้น ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ทำใจได้ง่ายนัก แต่เธอมาก็เพื่อจะบอกให้พวกเขารู้ว่าสงครามนั้นได้ก่อความทุกข์ทรมานแก่ผู้คนอย่างไรบ้าง หลังจากที่เล่าถึงประสบการณ์อันเจ็บปวดของเธอแล้ว เธอก็ได้เผยความในใจว่ามีเรื่องหนึ่งที่เธออยากจะบอกต่อหน้านักบินที่ทิ้งระเบิดใส่หมู่บ้านของเธอ 

          พูดมาถึงตรงนี้ก็มีคนส่งข้อความมาบอกว่า คนที่เธอต้องการพบกำลังนั่งอยู่ในห้องประชุมนี้ เธอจึงเผยความในใจออกมาว่า "ฉันอยากบอกเขาว่าเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ได้ แต่เราควรพยายามทำสิ่งดีๆ เพื่อส่งเสริมสันติภาพทั้งในปัจจุบันและอนาคต" 

          เมื่อเธอบรรยายเสร็จ ลงมาจากเวที อดีตนักบินที่เกือบฆ่าเธอก็มายืนอยู่เบื้องหน้าเธอ เขามิใช่ทหารอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นสาธุคุณประจำโบสถ์แห่งหนึ่ง เขาพูดด้วยสีหน้าเจ็บปวดว่า "ผมขอโทษ ผมขอโทษจริงๆ" คิมเข้าไปโอบกอบเขาแล้วตอบว่า "ไม่เป็นไร ฉันให้อภัย ฉันให้อภัย" 

          ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เราจะให้อภัยโดยเฉพาะกับคนที่ทำร้ายเราปางตาย คิม ฟุค เล่าว่าเหตุการณ์ครั้งนั้นสร้างความทุกข์ทรมานแก่เธอทั้งกายและใจ จนเธอเองก็ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไร แต่แล้วเธอก็พบว่าสิ่งที่ทำร้ายเธอจริง ๆ มิใช่ใครที่ไหน หากได้แก่ความเกลียดที่ฝังแน่นในใจเธอนั่นเอง "ฉันพบว่าการบ่มเพาะความเกลียดเอาไว้สามารถฆ่าฉันได้" เธอพยายามสวดมนต์และแผ่เมตตาให้ศัตรู และแก่คนที่ก่อความทุกข์ให้เธอ แล้วเธอก็พบว่า "หัวใจฉันมีความอ่อนโยนมากขึ้นเรื่อยๆ เดี๋ยวนี้ ฉันสามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องเกลียด" 

          เราไม่อาจควบคุมกำกับผู้คนให้ทำดี หรือไม่ทำชั่วกับเราได้ แต่เราสามารถควบคุมกำกับจิตใจของเราได้ เราไม่อาจเลือกได้ว่ารอบตัวเราต้องมีแต่คนน่ารักพูดจาอ่อนหวาน แต่เราสามารถเลือกได้ว่าจะทำใจอย่างไรเมื่อประสบกับสิ่งไม่พึงปรารถนา คิม ฟุค ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของตัวเองว่า "ฉันน่าจะโกรธ แต่ฉันเลือกอีกทางหนึ่ง แล้วชีวิตของฉันก็ดีขึ้น" 

          บทเรียนของคิม ฟุค คือในเมื่อเราเปลี่ยนแปลงอดีตไม่ได้ เราจึงไม่ควรปักใจอยู่กับอดีต แต่เราสามารถเรียนรู้จากอดีตเพื่อทำปัจจุบันและอนาคตให้ดีขึ้นได้ บทเรียนจากอดีตอย่างหนึ่งที่เธอได้เรียนรู้มาก็คือ "การอยู่กับความโกรธ เกลียด และความขมขื่นนั้น ทำให้ฉันเห็นคุณค่าของการให้อภัย" 

          ให้อภัยมิได้หมายถึงการลืมเหตุการณ์ที่เจ็บปวด แต่หมายถึงการไม่ยอมให้เหตุ การณ์เหล่านั้นมาทำร้ายเรา ผู้ที่รู้จักให้อภัยคือผู้ที่ยังจดจำอดีตอันไม่น่าพิสมัยได้ แต่แทนที่จะปล่อยให้อดีตนั้นมากระทำย่ำยี กลับเอาชนะมันได้และสามารถนำมันมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เช่น เอามาเป็นบทเรียนเพื่อจะไม่ทำความผิดพลาดอีก และที่สำคัญคือเป็นเครื่องเตือนใจว่าความโกรธเกลียดนั้นเป็นอันตรายต่อตัวเราอย่างไรบ้าง 

          เมื่อเราโกรธใคร อยากทำร้ายใครนั้น คนแรกที่ถูกทำร้ายคือตัวเรานั่นเอง ไม่ใช่แค่จิตใจเท่านั้นที่เร่าร้อนเหมือนถูกไฟสุม แม้แต่ร่างกายก็ยังได้รับผลกระทบด้วย มีบางคนที่มีอาการปวดท้องและปวดศีรษะเรื้อรัง อีกทั้งยังมีความดันโลหิตสูง หมอพยายามตรวจร่างกายแต่ก็ไม่พบความผิดปกติ หมอจึงขอให้เธอเล่าเรื่องราวในชีวิตของเธอให้ฟัง เธอเล่าว่ากำลังมีเรื่องขุ่นเคืองใจกับพี่สาวซึ่งทอดทิ้งให้เธอเผชิญปัญหาตามลำพังอยู่หลายปี หมอจึงสันนิษฐานว่าความเจ็บป่วยของเธอมีสาเหตุมาจากความบาดหมางดังกล่าว จึงแนะให้เธอยกโทษแก่พี่สาว หลายปีต่อมาหมอได้รับจดหมายจากคนไข้รายนี้ว่าเธอคืนดีกับพี่สาวแล้ว และอาการเจ็บป่วยก็ไม่มารังควานอีกเลย 

ดอกไม้


          มีอีกรายที่เจ็บป่วยโดยหมอไม่พบความผิดปกติในร่างกาย เธอมีอาการคลื่นไส้และระบบย่อยอาหารผิดปกติจนน้ำหนักลดไป 15 กก. วันหนึ่งอาการได้กำเริบขึ้นเมื่อเธอได้รับจดหมายจากลูกพี่ลูกน้อง เธอเฉลียวใจในตอนนั้นเองว่าความเจ็บป่วยของเธอมีสาเหตุมาจากความโกรธเกลียด เธอทั้งโกรธและเกลียดลูกพี่ลูกน้องคนนั้นเพราะแอบไปมีความสัมพันธ์กับแฟนหนุ่มของเธอ ลูกพี่ลูกน้องคนนั้นเขียนจดหมายมาขอโทษเธอ เธอครุ่นคิดอยู่นาน และในที่สุดก็เขียนจดหมายตอบไปว่า "ฉันยกโทษให้เธอ" หลังจากนั้นสุขภาพเธอก็ดีขึ้นและใช้ชีวิตอย่างมีความสุข 

          การให้อภัยเป็นเรื่องยาก แต่การมีชีวิตด้วยจิตใจที่โกรธแค้นพยาบาทกลับเป็นเรื่องที่ยากลำบากกว่า คนที่มีความโกรธเกลียดอัดแน่นเต็มหัวใจย่อมไม่อาจพบความสุขและความเบิกบานใจได้ คนเช่นนี้ย่อมยากที่จะมีศรัทธาและกำลังใจในการมีชีวิต ด้วยเหตุนี้เราจึงควรเรียนรู้ที่จะปลดเปลื้องความโกรธเกลียดไปจากจิตใจ ด้วยการรู้จักให้อภัยและหมั่นแผ่เมตตาไปให้แก่คนที่ทำความเจ็บปวดให้แก่เรา 

          ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะนึกถึงบุคคลดังกล่าวโดยที่จิตใจไม่พลุ่งพล่าน แต่เมื่อใดที่ใจเราสงบลองนึกถึงเขาอยู่เป็นระยะๆ นึกถึงแต่ละครั้งก็ยิ้มให้เขา แผ่ความปรารถนาดีให้เขา เราจะพบว่าเรายิ้มให้เขาได้ง่ายขึ้น และจิตใจกระเพื่อมน้อยลง ไม่นานเราก็จะให้อภัยเขาได้และมีความปรารถนาดีต่อเขาด้วยใจจริง 

          ถึงตอนนั้นเราจะพบว่าสิ่งที่ทำให้เราเจ็บปวดทุกข์ทรมานมาเป็นเวลานานนั้นมิใช่อะไรอื่น หากได้แก่ความโกรธเกลียดที่เคยอยู่ในใจเรานั้นเอง ความเจ็บปวดที่เกิดเพราะคนบางคนนั้นแท้จริงได้กลายเป็นอดีตไปแล้ว แต่ที่ยังคงอยู่ก็เพราะใจเรานั้นเองที่ไปรื้อฟื้นและทนุถนอมมันเอาไว้ด้วยความจงเกลียดจงชังหมายมั่นจะแก้แค้น ตัวเขาอาจอยู่ไกลแสนไกล แต่เราเองต่างหากที่ไปดึงเขามาไว้กลางใจเราอยู่ทุกโมงยาม พูดให้ถูกต้องก็คือใจเรานั่นแหละที่สร้างปีศาจร้ายมาหลอกหลอนตัวเองอยู่ทุกขณะจิต ปีศาจที่แม้รูปร่างหน้าตาเหมือนคนที่เคยประทุษร้ายเรา แต่เป็นผลผลิตจากใจของเราเอง 

          การให้อภัยและการแผ่เมตตาแท้ที่จริงก็คือการสยบปีศาจร้ายมิให้มาหลอกหลอนอีกต่อไป จะเรียกว่าเป็นการเชื้อเชิญมันออกไปจากจิตใจของเราก็ได้ ด้วยการให้อภัยและการแผ่เมตตาเท่านั้น จิตใจของเราจึงจะได้รับการเยียวยาและกลับเป็นปกติสุขอีกครั้งหนึ่ง 

          ในโลกที่เรามิอาจหลีกพ้นความพลัดพรากสูญเสีย ความเจ็บปวด และบาดแผลในใจ การให้อภัยและการแผ่เมตตาคืออะไรหากมิใช่ยาสามัญที่ควรมีไว้ประจำใจ 


ข้อมูลและภาพประกอบจาก
alt
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต


OpleZaa

สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตเรา...คือชีวิตเรา

สิ่งที่มีค่าที่สุดในใจเรา...คือหัวใจเรา

อย่าเอาชีวิตทั้งชีวิตไปยกให้ใคร

อย่ายกสิ่งที่มีค่าที่สุด และดีที่สุดของเราไปให้ใครดูแล

เพราะไม่มีใครที่จะดูแลมันได้ดีไปกว่าตัวเราเอง

อย่าปิดกั้นความรู้สึกของหัวใจ

อย่าบอกว่าเกิดมาเพื่อรักคนๆ เดียว

คนใจแคบเท่านั้นที่เกิดมาเพื่อรักคนได้คนเดียว

เราสามารถรักใครต่อใครได้มากมาย

ขอเพียงให้รู้จักหน้าที่ของความรัก

หน้าที่ที่จะปฏิบัติต่อคนที่เรารัก

รักต่างแบบ ปฏิบัติในหน้าที่ต่างกัน

แล้วเมื่อวันใดวันหนึ่ง

คนบางคนไม่แยแสกับความรักที่เรามีให้

เราก็ยังคงเหลือใครต่อใครอีกมากมาย

และไม่เห็นต้องเจ็บเจียนตาย

ถ้าเรามั่นใจ...ว่าเราทำหน้าที่ให้รักนั้นเต็มที่แล้ว

อากาศ...ร้อนอบอ้าว

ออกมายืนคุยกับแสงแดด

อากาศ...หนาวขาดใจ

ออกมาหาอุ่นไอลมหนาว

เราจะรู้ว่าร้อนหรือหนาว...ก็ต่อเมื่อเราได้สัมผัสกับมัน

ก็เหมือนความรัก....อยากรู้ว่ารสชาติเป็นอย่างไร

ก็ต้องไปสัมผัสกับมัน

แต่อย่าทรมานตัวเอง

ด้วยการยืนตากแดดนานๆ

หรือยืนต้านลมหนาว

ถ้ารู้ว่าร้อนนัก...ก็หลบที่ร่ม

ถ้ารู้ว่าหนาวนัก...ก็ก่อเตาผิง

ความรักจะไม่ทำร้ายเรา....ถ้าเราไม่ทำร้ายตัวเอง

ถ้าเธอรู้จักรัก

แสงแดดจะทำให้เธอออบอุ่น

ลมหนาวจะทำให้เธอหลับสบาย...


ฟังวิทยุ pattaya fm ฟังวิทยุ ออนไลน์home | webboard | search